คุยกันก่อน รวมบทกลอนฟ้าประทาน เป็นบทกลอนที่ฟ้าประทานได้แต่งขึ้นมา บางบทมีอายุถึง 10 ปีและไม่เคยได้นำไปเผยแพร่ที่ใหนมาก่อน ครั้งนี้ฟ้าประทานได้นำบทกลอนทั้งหมดที่มีอยู่รวบรวมไว้ ซึ่งนั้นคือสมุดบันทึกเล่มน้อยๆของฟ้าประทานเลยก็ว่าได้ เพราะบทกลอนแต่ละบท ถูกแต่งขึ้นจากอารมย์ความรู้สึกในช่วงนั้นๆซึ่งเป็นเหมือนลายชีวิตในอดีตของ ฟ้าประทาน โดยได้บันทึกเดือนและปีที่แต่งเอาไว้ด้วย เช่น 3/38 หมายความว่ากลอนบทนี้ฟ้าประทานแต่งเมื่อเดือน มีนาคม พ.ศ.2538 เป็นต้น ดังนั้นจึงอยากให้ผู้อ่านได้เข้าใจตามนี้ แต่ที่สำคัญคือบทกลอนแต่ละบทแต่งขึ้นด้วยอารมย์และความรู้สึกจริงๆของฟ้า ประทาน
รวมบทกลอนฟ้าประทาน
แววเนตร
แววเนตรหนึ่งตรึงจิตพินิจหมาย
พิศเคลื่อนคล้ายลายเลือนเตือนจิตจ้อง
เนตรแอบพิจจิตสองจ้องเมียงมอง
แววเนตรสองจ้องจิตพินิจนัยต์
แต่สิ่งหมายลายเลือนเตือนจิตหวัง
สุดหยุดรั้งหยั่งจิตหยุดคิดหมาย
สุดกล่ำกลืนฝืนจิตพิศเดียวดาย
สุดเอื้อมหมายปลายฟ้าใกล้ตาเอย
ฟ้าประทาน 10/51
ตุลาทมิฬ
ตุลาเดือดเลือดสาดราชวิถี
มวลมหาประชาชียอมพลีร่าง
สองมือเปล่าเท้าดำรงตรงเส้นทาง
เพื่อร่วมสร้างประชาธิปไตย
เป็นคนไทยเลือดไทยใจสัตย์ซื่อ
สองมือถือความภักดิ์ดียอมพลีให้
ชาติศาสนามหากษัตริย์ไทย
มิยอมให้ผู้ใดมาย่ำยี
เจ็ดตุลาน้ำตาต้องหลั่งริน
สองชีวินพลีชีพเหลือเพียงร่าง
สี่ร้อยกว่าบาดเจ็บร้องครวญคราง
น้ำตาพล่างพราวพลูท่วมแผ่นดิน
สดุดีวีรกรรมของผู้กล้า
ร้อยศรัทธาร้อยดวงใจใฝ่ถวิล
จะจดจำจารึกในแผ่นดิน
ตราบจนสิ้นวันสุดท้ายในชีวา
ฟ้าประทาน 10/51
จากหนึ่งถึงหนึ่งพึงรำลึก
จิตยังตรึกถึงนึกซึ่งเสียงหา
แว้วโหยเสียงสำเนียงเพียงลวงตา
ไกลลับฟ้าโรยลาไร้เรี่ยวแรง
ฟ้าประทาน4/52
คิดถึงคนไกลตาเมื่อคราจาก
คิดถึงมากยามห่างไกลใจห่วงหา
คิดถึงรักเคยหวานเนิ่นนานมา
คิดแล้วพาอาลัยยามไกลกัน
1/42 ฟ้าประทาน
คิดถึงหนึ่งในหทัยนี้
หนึ่งฤดีคือเจ้าเฝ้าสเน่ห์หา
ทั้งรักหวงห่วงเจ้าเท่าชีวา
สาวบ้านนาหนึ่งในใจพี่เอย
ก่อนพี่เคยเย้าหยอกเล่นเป็นสุขขี
ก่อนพี่เคยมีเจ้าอยู่คู่เคียงข้าง
ก่อนพี่เคยหมายมีเจ้าเฝ้าร่วมทาง
กับอ้างว้างห่างเจ้าเศร้าสุขใจ
ต้องจากไกลใจนี้พี่จะขาด
โอ้อนาถขาดเจ้าเศร้าใจเหลือ
ดังเหมือนเนื้อถูกกลีดทิ่มจิ้มด้วยเกลือ
สิ่งที่เหลือนี้หรือคือน้ำตา
2/42 ฟ้าประทาน
วิหกหลงฟ้า
โอ้วิหกเหินพรากจากถิ่นฐาน
เคยขับขานฟังเล่นเป็นสุขศรี
เคยอยู่ใกล้กลับจากไปไม่ใยดี
หรือว่ามีเหตุให้ต้องจากลา
วิหกเอยวิหกจงกลับจร
จะแง่งอนไปใยวิหกเอย
หรือวิหกพบคู่ใหม่ให้ชิดเชย
จึงเฉยเมยไม่หวนกลับถิ่นเรา
วิหกจ๋าเจ้าอย่าทำให้ข้าเหงา
ข้านั้นเศร้าเมื่อเจ้าไม่มาหา
วิหกเอยวิหกอย่าหลงฟ้า
จงกลับมาท้องนานี้ยังคอย
3 /42ฟ้าประทาน
สุขสันต์ขอให้โชคดีในปีใหม่
คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา
ขอให้ทวยเทพและเทวา
ช่วยปกปักรักษา...........ให้สุขใจ
1/39 ฟ้าประทาน
อนาคตแสนไกลใจมิถอย
ใจดวงน้อยจะก้าวไปไม่หวั่นไหว
ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ
ตราบนั้นไซร้จะไม่ถอยแม้นก้าวเดียว
2/39 ฟ้าประทาน
ดอกไม้กับผีเสื้อ
ดอกไม้งามตามฤดูคอยชูช่อ
คอยพะนอเฝ้าดูมิจางหาย
คอยใส่ปุ๋ยพรวนดินมิเว้นวาย
ตั้งใจหมายว่าสักวันไม้ดอกบาน
ดอกไม้บานตามฤดูแลชูช่อ
หวังหนึ่งหนอเพียงผีเสื้อเจ้าบินผ่าน
แวะเวียนวนดอมดมดอกไม้บาน
แต่กลับผ่านเลยไปไม่มองมา
ดอกไม้บานตามฤดูเชิดชูช่อ
ไม่ละออเพียงพอหรือไรหนา
ผีเสื้อน้อยเจ้าบินไกลไปลับตา
ไม่เวียนมาดอมดมไม้ดอกบาน
ดอกไม้โรยตามฤดูเคยชูช่อ
หมดแล้วหนอไม้งามตามความสม
ดอกไม้พลิร่วงโรยตามแรงลม
บ่ได้ชมผีเสื้อน้อยข่อยสิ้นแรง
ดอกไม้เฉาเฝ้าดูบ่ชูช่อ
สิ้นแล้วหนอไม้งามตามความหมาย
ถูกแดดเผาเจ้าหนอนเข้าชอนไช
หมดความหมายไม้งามบ่กลับคืน
ดอกไม้หมดคนเฝ้าดูสู่บ่ไหว
หมดแรงใจปลูกดอกไม้ให้กลับตื่น
ผีเสื้อน้อยคงบินไกลไม่กลับคืน
สุดใจฝืนคืนผีเสื้อสู่พงไพร
ฟ้าประทาน 2/52
อย่าท้อแท้แม้สิ้นซึ่งความหวัง
เพิ่มพลังจิตใจให้คงมั่น
ก้าวไปเถิดก้าวไปอย่าไหวหวั่น
ก้าวไปเถิดวันนั้นยังรอคอย
ฟ้าประทาน 3/39
เห็นนกเขาเคียงคู่ดูสุขสม
ช่างภิรมย์ชมชื่นกันหนักหนา
มองแล้วให้ย้อนคิดถึงตัวข้า
โอ้ยังหาคู่ชีวาไม่ได้ช่างอายนก
ฟ้าประทาน 10/38
ไม่อยากจากก็ต้องจากสุดอาลัย
ไม่อยากไปก็ต้องไปสุดคิดถึง
ไม่อยากพลากก็ต้องพลากสุดคำนึง
สุดคิดถึงคนไกลตาเมื่อคราจาก
2/52 ฟ้าประทาน
ขยันอ่านขยันเรียนเพียรศึกษา
ในวิชาที่ตนนั้นอย่างรู้
เรียนจนจบแล้วได้เป็นคุณครู
ให้เข้ารู้ว่าเราเอาเรียนจริง
3/39 ฟ้าประทาน
เดือนดวงดาวพร่างพลาวสกาวฟ้า
ท้องนภาเจิดจ้าพาฟ้าใส
วิหกน้อยบินลอยมาแต่ไกล
ริ่งเรไรล่ำร้องระงมงำ
สรรพสิ่งรอบกายพาใจให้หายเศร้า
แต่เรื่องราวผ่านมาพาขื่นขม
เก็บเอ๋ยเก็บเก็บใจไว้ทุกข์ตรม
ต้องระบมซานซมดั่งเสียงเพลง
พูดไม่ได้บอกไม่ได้ดั่งใบ้บ้า
หมดปัญญาพาใจให้สุขสม
พกแววเนตรแววตาน่ารื่นรม
แต่กลับซมตรอมตรมสุดเหงาใจ
ใครหนอใครใครใครเข้าใจบ้าง
สุดอ้างว้างเดียวดายไร้ใครสน
เก็บความทุกข์ความเศร้าสุดทานทน
หวังสักคนเข้าใจใครจะรอ
ฟ้าประทาน 4/39
นักเดินทางกับสิ่งสูงค่า
กลางดงพงไพรพนาเนาว์
มีเรื่องราวผ่านพบประสบเห็น
เป็นร้อยเรื่องพันเรื่องทุกเช้าเย็น
ผ่านลำเค็ญทุกข์เข็นมากมาย
แต่สุดท้ายมาพบประสบพักษ์
ได้ประจักพบเจอละเมอเห็น
ดั่งมณีล่ำค่าเลิศล่าเย็น
สุขได้เห็นเป็นบุญนักเดินทาง
โอ้มณีกลางดงพงไพรพนาเนาว์
สุดเรื่องราวกลางดงตรงกลางป่า
ได้ประสบพบเจอมณีสุดล่ำค่า
สูงราคาเกินกว่าจะบรรยาย
สุดปลายหมายเดินทางได้ผ่านพบ
จะหยิบยกสูงค่ากลัวค่าหมอง
จะหยิบยื่นมือหมายได้จับจอง
กลัวจะหมองของสูงค่าเช่น “มณี”
ฟ้าประทาน 5/52
หมอกบางบางกั้นกลางขวางทางไว้
บอกไม่ได้พูดไม่ได้ดังใบ้บ้า
ต้องซ้อนเร้นบกปิดทุกแววตา
สุดจะหาหนทางแก้กาลเนาว์
รอเวลาท้องฟ้าอ้าแขนเปิด
สักวันเถิดท้องฟ้าคงสดใส
แล้ววันนั้นคงอยู่อีกไม่ไกล
(หาก)ไม่สายไปคงใช้ฟ้าประทาน
ฟ้าประทาน 6/52
หิงห้อยน้อยแสง
หิงห้อยน้อยด้อยแสงแรงอ่อนล้า
ดวงจันทราเจิดจ้ายามฟ้าใส
หิงห้อยน้อยด้อยแสงไร้แรงไฟ
แสงจันทราดวงใหญ่ใครก็มอง
เป็นแค่เพียงหิงห้อยน้อยลอยไร้ค่า
หมดปัญญาท้าแสงแรงฟ้าใส
ต้องปิดบังซ้อนแร้นเช่นความนัย
หิงห้อยน้อยคงหมดไฟไร้เรี้ยวแรง
ฟ้าประทาน 6/52
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น