วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

รวมบทกลอนฟ้าประทาน

คุยกันก่อน รวมบทกลอนฟ้าประทาน เป็นบทกลอนที่ฟ้าประทานได้แต่งขึ้นมา บางบทมีอายุถึง 10 ปีและไม่เคยได้นำไปเผยแพร่ที่ใหนมาก่อน ครั้งนี้ฟ้าประทานได้นำบทกลอนทั้งหมดที่มีอยู่รวบรวมไว้ ซึ่งนั้นคือสมุดบันทึกเล่มน้อยๆของฟ้าประทานเลยก็ว่าได้ เพราะบทกลอนแต่ละบท ถูกแต่งขึ้นจากอารมย์ความรู้สึกในช่วงนั้นๆซึ่งเป็นเหมือนลายชีวิตในอดีตของ ฟ้าประทาน โดยได้บันทึกเดือนและปีที่แต่งเอาไว้ด้วย เช่น 3/38 หมายความว่ากลอนบทนี้ฟ้าประทานแต่งเมื่อเดือน มีนาคม พ.ศ.2538 เป็นต้น ดังนั้นจึงอยากให้ผู้อ่านได้เข้าใจตามนี้ แต่ที่สำคัญคือบทกลอนแต่ละบทแต่งขึ้นด้วยอารมย์และความรู้สึกจริงๆของฟ้า ประทาน


วมบทกลอนฟ้าประทาน

แววเนตร

แววเนตรหนึ่งตรึงจิตพินิจหมาย

พิศเคลื่อนคล้ายลายเลือนเตือนจิตจ้อง

เนตรแอบพิจจิตสองจ้องเมียงมอง

แววเนตรสองจ้องจิตพินิจนัยต์

แต่สิ่งหมายลายเลือนเตือนจิตหวัง

สุดหยุดรั้งหยั่งจิตหยุดคิดหมาย

สุดกล่ำกลืนฝืนจิตพิศเดียวดาย

สุดเอื้อมหมายปลายฟ้าใกล้ตาเอย

ฟ้าประทาน 10/51


ตุลาทมิฬ

ตุลาเดือดเลือดสาดราชวิถี

มวลมหาประชาชียอมพลีร่าง

สองมือเปล่าเท้าดำรงตรงเส้นทาง

เพื่อร่วมสร้างประชาธิปไตย

เป็นคนไทยเลือดไทยใจสัตย์ซื่อ

สองมือถือความภักดิ์ดียอมพลีให้

ชาติศาสนามหากษัตริย์ไทย

มิยอมให้ผู้ใดมาย่ำยี

เจ็ดตุลาน้ำตาต้องหลั่งริน

สองชีวินพลีชีพเหลือเพียงร่าง

สี่ร้อยกว่าบาดเจ็บร้องครวญคราง

น้ำตาพล่างพราวพลูท่วมแผ่นดิน

สดุดีวีรกรรมของผู้กล้า

ร้อยศรัทธาร้อยดวงใจใฝ่ถวิล

จะจดจำจารึกในแผ่นดิน

ตราบจนสิ้นวันสุดท้ายในชีวา

ฟ้าประทาน 10/51


จากหนึ่งถึงหนึ่งพึงรำลึก

จิตยังตรึกถึงนึกซึ่งเสียงหา

แว้วโหยเสียงสำเนียงเพียงลวงตา

ไกลลับฟ้าโรยลาไร้เรี่ยวแรง

ฟ้าประทาน4/52


คิดถึงคนไกลตาเมื่อคราจาก

คิดถึงมากยามห่างไกลใจห่วงหา

คิดถึงรักเคยหวานเนิ่นนานมา

คิดแล้วพาอาลัยยามไกลกัน

1/42 ฟ้าประทาน


คิดถึงหนึ่งในหทัยนี้

หนึ่งฤดีคือเจ้าเฝ้าสเน่ห์หา

ทั้งรักหวงห่วงเจ้าเท่าชีวา

สาวบ้านนาหนึ่งในใจพี่เอย

ก่อนพี่เคยเย้าหยอกเล่นเป็นสุขขี

ก่อนพี่เคยมีเจ้าอยู่คู่เคียงข้าง

ก่อนพี่เคยหมายมีเจ้าเฝ้าร่วมทาง

กับอ้างว้างห่างเจ้าเศร้าสุขใจ

ต้องจากไกลใจนี้พี่จะขาด

โอ้อนาถขาดเจ้าเศร้าใจเหลือ

ดังเหมือนเนื้อถูกกลีดทิ่มจิ้มด้วยเกลือ

สิ่งที่เหลือนี้หรือคือน้ำตา

2/42 ฟ้าประทาน


วิหกหลงฟ้า

โอ้วิหกเหินพรากจากถิ่นฐาน

เคยขับขานฟังเล่นเป็นสุขศรี

เคยอยู่ใกล้กลับจากไปไม่ใยดี

หรือว่ามีเหตุให้ต้องจากลา

วิหกเอยวิหกจงกลับจร

จะแง่งอนไปใยวิหกเอย

หรือวิหกพบคู่ใหม่ให้ชิดเชย

จึงเฉยเมยไม่หวนกลับถิ่นเรา

วิหกจ๋าเจ้าอย่าทำให้ข้าเหงา

ข้านั้นเศร้าเมื่อเจ้าไม่มาหา

วิหกเอยวิหกอย่าหลงฟ้า

จงกลับมาท้องนานี้ยังคอย

3 /42ฟ้าประทาน


สุขสันต์ขอให้โชคดีในปีใหม่

คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา

ขอให้ทวยเทพและเทวา

ช่วยปกปักรักษา...........ให้สุขใจ

1/39 ฟ้าประทาน


อนาคตแสนไกลใจมิถอย

ใจดวงน้อยจะก้าวไปไม่หวั่นไหว

ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ

ตราบนั้นไซร้จะไม่ถอยแม้นก้าวเดียว

2/39 ฟ้าประทาน


ดอกไม้กับผีเสื้อ

ดอกไม้งามตามฤดูคอยชูช่อ

คอยพะนอเฝ้าดูมิจางหาย

คอยใส่ปุ๋ยพรวนดินมิเว้นวาย

ตั้งใจหมายว่าสักวันไม้ดอกบาน

ดอกไม้บานตามฤดูแลชูช่อ

หวังหนึ่งหนอเพียงผีเสื้อเจ้าบินผ่าน

แวะเวียนวนดอมดมดอกไม้บาน

แต่กลับผ่านเลยไปไม่มองมา

ดอกไม้บานตามฤดูเชิดชูช่อ

ไม่ละออเพียงพอหรือไรหนา

ผีเสื้อน้อยเจ้าบินไกลไปลับตา

ไม่เวียนมาดอมดมไม้ดอกบาน

ดอกไม้โรยตามฤดูเคยชูช่อ

หมดแล้วหนอไม้งามตามความสม

ดอกไม้พลิร่วงโรยตามแรงลม

บ่ได้ชมผีเสื้อน้อยข่อยสิ้นแรง

ดอกไม้เฉาเฝ้าดูบ่ชูช่อ

สิ้นแล้วหนอไม้งามตามความหมาย

ถูกแดดเผาเจ้าหนอนเข้าชอนไช

หมดความหมายไม้งามบ่กลับคืน

ดอกไม้หมดคนเฝ้าดูสู่บ่ไหว

หมดแรงใจปลูกดอกไม้ให้กลับตื่น

ผีเสื้อน้อยคงบินไกลไม่กลับคืน

สุดใจฝืนคืนผีเสื้อสู่พงไพร

ฟ้าประทาน 2/52


อย่าท้อแท้แม้สิ้นซึ่งความหวัง

เพิ่มพลังจิตใจให้คงมั่น

ก้าวไปเถิดก้าวไปอย่าไหวหวั่น

ก้าวไปเถิดวันนั้นยังรอคอย

ฟ้าประทาน 3/39


เห็นนกเขาเคียงคู่ดูสุขสม

ช่างภิรมย์ชมชื่นกันหนักหนา

มองแล้วให้ย้อนคิดถึงตัวข้า

โอ้ยังหาคู่ชีวาไม่ได้ช่างอายนก

ฟ้าประทาน 10/38


ไม่อยากจากก็ต้องจากสุดอาลัย

ไม่อยากไปก็ต้องไปสุดคิดถึง

ไม่อยากพลากก็ต้องพลากสุดคำนึง

สุดคิดถึงคนไกลตาเมื่อคราจาก

2/52 ฟ้าประทาน


ขยันอ่านขยันเรียนเพียรศึกษา

ในวิชาที่ตนนั้นอย่างรู้

เรียนจนจบแล้วได้เป็นคุณครู

ให้เข้ารู้ว่าเราเอาเรียนจริง

3/39 ฟ้าประทาน


เดือนดวงดาวพร่างพลาวสกาวฟ้า

ท้องนภาเจิดจ้าพาฟ้าใส

วิหกน้อยบินลอยมาแต่ไกล

ริ่งเรไรล่ำร้องระงมงำ

สรรพสิ่งรอบกายพาใจให้หายเศร้า

แต่เรื่องราวผ่านมาพาขื่นขม

เก็บเอ๋ยเก็บเก็บใจไว้ทุกข์ตรม

ต้องระบมซานซมดั่งเสียงเพลง

พูดไม่ได้บอกไม่ได้ดั่งใบ้บ้า

หมดปัญญาพาใจให้สุขสม

พกแววเนตรแววตาน่ารื่นรม

แต่กลับซมตรอมตรมสุดเหงาใจ

ใครหนอใครใครใครเข้าใจบ้าง

สุดอ้างว้างเดียวดายไร้ใครสน

เก็บความทุกข์ความเศร้าสุดทานทน

หวังสักคนเข้าใจใครจะรอ

ฟ้าประทาน 4/39


นักเดินทางกับสิ่งสูงค่า

กลางดงพงไพรพนาเนาว์

มีเรื่องราวผ่านพบประสบเห็น

เป็นร้อยเรื่องพันเรื่องทุกเช้าเย็น

ผ่านลำเค็ญทุกข์เข็นมากมาย

แต่สุดท้ายมาพบประสบพักษ์

ได้ประจักพบเจอละเมอเห็น

ดั่งมณีล่ำค่าเลิศล่าเย็น

สุขได้เห็นเป็นบุญนักเดินทาง

โอ้มณีกลางดงพงไพรพนาเนาว์

สุดเรื่องราวกลางดงตรงกลางป่า

ได้ประสบพบเจอมณีสุดล่ำค่า

สูงราคาเกินกว่าจะบรรยาย

สุดปลายหมายเดินทางได้ผ่านพบ

จะหยิบยกสูงค่ากลัวค่าหมอง

จะหยิบยื่นมือหมายได้จับจอง

กลัวจะหมองของสูงค่าเช่น มณี

ฟ้าประทาน 5/52


หมอกบางบางกั้นกลางขวางทางไว้

บอกไม่ได้พูดไม่ได้ดังใบ้บ้า

ต้องซ้อนเร้นบกปิดทุกแววตา

สุดจะหาหนทางแก้กาลเนาว์

รอเวลาท้องฟ้าอ้าแขนเปิด

สักวันเถิดท้องฟ้าคงสดใส

แล้ววันนั้นคงอยู่อีกไม่ไกล

(หาก)ไม่สายไปคงใช้ฟ้าประทาน

ฟ้าประทาน 6/52


หิงห้อยน้อยแสง

หิงห้อยน้อยด้อยแสงแรงอ่อนล้า
ดวงจันทราเจิดจ้ายามฟ้าใส
หิงห้อยน้อยด้อยแสงไร้แรงไฟ
แสงจันทราดวงใหญ่ใครก็มอง

เป็นแค่เพียงหิงห้อยน้อยลอยไร้ค่า
หมดปัญญาท้าแสงแรงฟ้าใส
ต้องปิดบังซ้อนแร้นเช่นความนัย
หิงห้อยน้อยคงหมดไฟไร้เรี้ยวแรง

ฟ้าประทาน 6/52

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น